หากต้องขับรถ อย่าทานยาเหล่านี้ รวบพลยาที่กินแล้วง่วง

                 

          สำหรับคนที่ขับรถเป็นประจำจะทราบกันดีอยู่แล้วถึงกฎการขับรถต่างๆ เช่น ง่วงไม่ขับ  เมาไม่ขับ ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนที่จะขับรถเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังมีปัญหาอีกหลายอย่างที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และเราสามารถลดความเสี่ยงเหล่านั้นได้ สำหรับสาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุคือการง่วง นอกจากสาเหตุจะมาจากที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว

อาจเกิดมาจากที่เราทานยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงได้ ดังนั้นวันนี้จึงจะมาแนะนำรายชื่อยาที่ไม่ควรทานหากต้องขับรถ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้

  1. ยากลุ่มแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก ยาพวกนี้ส่วนใหญ่เมื่อทานไปแล้วจะมีผลทำให้ง่วงนอนเพราะตัวยาต้องการให้ผู้ที่ทานเข้าไปได้พักผ่อน ดังนั้นหากมีการกินยาเหล่านี้เข้าไปจะทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนและอาจวูบตอนขับรถได้
  2. ยานอนหลับ  บางคนเวลาอยู่บ้านจะเคยชินกับการที่ต้องกินยานอนหลับ เนื่องจากอาจเป็นโรคนอนไม่หลับ หรือมีโรคเครียด หากมีการใช้ยานี้ในช่วงที่ต้องขับรถก็จะเสี่ยงต่อการวูบหลับและก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
  3. ยาแก้ปวด  หลายคนมักจะมีความเครียดและทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หากมีการทานยาแก้ปวดหัวเข้าไปก็ไม่ควรที่จะขับรถ เพราะยาประเภทนี้จะมีฤทธิ์กดประสาท ทำให้เกิดอาการมึนงง ง่วงนอนได้ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอุบัติเหตุเหมือนกัน
  4. ยาคลายกล้ามเนื้อ สำหรับบางคนที่มีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว จากการทำงาน หรือจาการเล่นกีฬา แล้วต้องทานยาชนิดนี้ ก็ไม่ควรที่จะขับรถเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อเราทานยาเหล่านี้เข้าไป จะทำให้มีอาการงง เบลอ และตัดสินใจได้ช้า เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

          การเกิดอาการง่วงนอนนั้นสาเหตุมาจากการพักผ่อนน้อย นอนไม่เพียงพอบางคนยังต้องทานยาต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นอีกทำให้ร่างกายไม่สามารถทนทานต่อความง่วงได้ หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น  มีการหาวบ่อยๆ ตาจะลืมไม่ขึ้น รู้สึกไม่ค่อยมีสมาธิ  จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาบ้าง หรือมีการขับรถออกนอกเส้น ขับรถส่าย อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนคุณเบื้องต้นแล้วว่าตอนนี้คุณง่วงมากแล้ว.

หากคุณยังฝืนที่จะขับรถต่อไปจะเกิดอุบัติเหตุแน่นอน ดังนั้นทางที่ดีคุณควรจอดรถตามปั้มน้ำมันหรือจุดพักรถ เพื่อนอนหลับสักพักให้ร่างกายของคุณได้พักผ่อนสักหน่อยค่อยขับรถต่อไป อย่าฝืนที่จะขับรถทั้งที่ง่วงนอนเพราะมันจะได้ไม่คุ้มเสีย

 

 

สนับสนุนโดย   gclub ฝากขั้นต่ำ 20

ไปกันไหม? งาน Motor Expo 2019

       

          ถ้าไม่พูดถึงคงไม่ได้กับงาน Thailand International Motor Expo 2019 ซึ่งเป็นการจัดงาน มหกรรมยานยนต์ เป็นครั้งที่ 36 แล้วโดยสถานที่จัดยังคงเป็นเมืองทองธานีเหมือนทุกปี  สำหรับในปีในงานจัดตามแนวความคิด โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน  ซึ่งภายในงานนอกจากจะมีพริตตี้สาวๆสวยๆมาค่อยยืนให้หลายคนไปส่องกันแล้ว ทางเจ้าของรถยนต์ยังมีการนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาเปิดตัวให้ดูกันเพียบ นอกจากจะมีรถยนต์แล้ว ยังมีรถบิ๊กไบค์ และรถจักรยานยนต์มาแสดงด้วย  โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน  – 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562  สถานที่จัดงานคือ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3  โดยเสียค่าเข้างาน 100 บาทต่อคน

          งาน  Motor Expo 2019 นี้จัดทุกปีตอนใกล้จะสิ้นปีแบบนี้ และทุกปีก็ทำให้รถติดเหมือนกันทุกปี ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันเสาร์อาทิตย์ ผู้คนทั้งจากกรุงเทพ และปริมณฑลรวมถึงกลุ่มคนจากต่างจังหวัดต่างก็มารวมตัวกันในงานนี้ เพราะภายในงานจะมีรถยนต์สวยๆ คุณสมบัติเด่นๆมาแสดงโชว์ให้ดูมากมาย รวมถึงใครที่ชื่นชอบรถรุ่นโบราณ รถคลาสสิกทั้งหลายก็มีมาแสดงให้ดูเยอะแยะจนลายตาไปหมด  หลายคนเกิดกิเลศอยากได้รถใหม่จากงานนี้กันก็เยอะ หรือหลายคนแค่อยากมาดูเฉยๆ แต่ยังไม่อยากเปลี่ยนก็มี และอีกหลายคนที่มาแค่อยากมาถ่ายรูปนางแบบพริตตี้สวยๆ น่ารักๆ ในงานจึงมีผู้คนหลากหลายพากันมาเที่ยวงาน แต่ส่วนมากในงานจะมีผู้ชายนิยมมาเที่ยวงานนี้มากกว่าผู้หญิง

          ภายในงานนอกจากจะมีการนำรถมาแสดงโชว์แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย มีการแสดงการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆกับรถยนต์ที่ไม่เป็นมลพิษต่ออากาศ หลายคนคงสงสัยว่าทำไมงาน Motor Expo  ถึงจะต้องมาจัดใกล้สิ้นสุดทุกครั้ง นั้นก็เพราะว่าใกล้สิ้นปีผู้คนจะมีเงินเยอะมากที่สุด จากการสะสมเงินมาตลอดทั้งปี รวมถึงมีเงินจากโบนัสปลายปี พอให้มีกำลังทรัพย์ที่จะสามารถซื้อรถยนต์ในช่วงนี้ได้  สำหรับปีนี้มีโปรโมชั่นส่วนลดของแถมมากมายให้กับผู้ที่สนใจจะซื้อรถใหม่

บริษัทรถยนต์ในประเทศไทยทุกยี่ห้อต่างพากันมาประชาสัมพันธ์รถใหม่กันในงานนี้ ดังนี้คนที่ไปซื้อรถในงาน Motor Expo  2019 นี้มั่นใจได้เลยว่าคุณจะคุ้มค่าแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดราคาถูก ของแถมอีกมากมาย หากเทียบกับตอนที่เราไปซื้อที่ศูนย์บริการรถยนต์เองแล้ว การที่เราซื้อรถยนต์ภายในงานจะคุ้มค่ามากกว่าผู้คนจึงต่างพากันไปเยี่ยมชมงาน เพราะถ้าสนใจตกลงราคากันได้ก็ทำเรื่องซื้อรถกันได้เลย  ถ้าช่วงนี้ใครว่างก็อย่าลืมไปเยี่ยมชมงานกันนะคะ

 

 

สนับสนุนโดย   บาคาร่าบิกินี่

สิ่งที่จะทำให้รถของคุณเกิดไฟลุกไหม้ขณะที่จอดรถไว้กลางแจ้ง

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าจำนวนรถกับจำนวนบริเวณที่จอดรถมักจะไม่ค่อยสัมพันธ์คัน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามเนื่องจากว่ารถมีปริมาณมากแต่ที่จอดรถมีปริมาณน้อยดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงมักจะจอดรถกลางแจ้งซึ่งจะส่งผลให้รถของคุณตากแดดเป็นเวลานานดังนั้นรถจะมีความร้อนอบอ้าวซึ่งถ้าหากว่าในรถของคุณนั้นมีสิ่งของที่ไม่สามารถวางอยู่

ในบริเวณที่มีความร้อนได้ มันจะส่งผลให้ความร้อนของรถยนต์ไปทำปฏิกิริยากับสิ่งของนั้นนั้นแล้วทำให้เกิดไฟลุกไหม้หรือเกิดระเบิดได้ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ของคุณหรือบางครั้งอาจจะมีผลต่อชีวิตของคุณเลยก็ได้ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกกันว่าสิ่งของสิ่งไหนบ้างที่ไม่ควรวางไว้ในรถยนต์ขณะที่เราต้องจอดรถตากแดดเป็นเวลานานนาน

1 อย่างแรกเลยเราไม่ควรที่จะวางโทรศัพท์มือถือไว้ในรถในขณะที่รถของเราจอดอยู่กลางแสงดดที่ร้อนจ้าเพราะเราเองก็รู้อยู่แล้วว่าโทรศัพท์มือถือไม่สามารถวางไว้ในใกล้ที่เราได้เพราะจะส่งผลให้ความร้อนในโทรศัพท์สูงขึ้นและอาจจะทำให้โทรศัพท์ระเบิดสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ของเราและหากเรานั่งอยู่ในรถแล้วอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ 

2 พาวเวอร์แบงค์หรือแบตเตอรี่สำรองนี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่เราไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกวางเอาไว้ในรถยนต์ขณะที่เราจอดรถตากแดดอยู่กลางแจ้งเนื่องจากตัวพาวเวอร์แบงค์หรือแบตเตอรี่สำรองนี้มีข้อห้ามไม่ให้วางอยู่ใกล้กับจุดที่มีความรักมากเกินไปเพราะมันอาจจะเกิดอันตรายเป็นปัญหาเรื่องของพาวเวอร์แบงค์ระเบิดได้ซึ่งหากไประเบิดในรถแล้วจะให้ทั้งบอกหรือว่ารถของคุณทั้งคันถูกไฟเผาไม่ได้ 

3 ที่จับมือถือจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันในขณะที่เราขับรถเรามักจะนำค่ะโทรศัพท์มือถือมาวางไว้ข้างหน้าตรงคอนโซนรถโดยมีอุปกรณ์เป็นตัวจับโทรศัพท์มือถือคอยช่วยจับโทรศัพท์ให้ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องวางปกรณ์นี้อยู่ตรงคอนโซนรถและปกรณ์นี้โดยส่วนมากทำมาจากพลาสติกแทบทั้งสิ้นดังนั้นหากเราต้องจอดรถกลางแดดจ้าที่จับมือถือพลาสติกเหล่านี้จะโดนแดดลอมละลายติดอยู่ที่คนโซนหน้ารถได้เหมือนกันดังนั้นเราจึงไม่ควรนำที่จับโทรศัพท์มือถือที่ไม่ทนความร้อนมาใช้งานในรถยนต์ 

นี่เป็นเพียงสิ่งของไม่กี่สิ่งที่พอจะสามารถนึกออกได้แต่ก็ถือว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่ควรเก็บไว้ในรถยนต์ในขณะที่เราต้องจอดรถกลางแจ้งซึ่งของส่วนใหญ่มักจะเป็นสินค้าประเภทไวไฟ

 

สนับสนุนโดย  เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

ขั้นตอนที่ถูกต้องในการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

เชื่อว่าผู้คนจำนวนไม่ใช่น้อยบางทีก็อาจจะเคยตกอยู่ในสถานการณ์รถยนต์สตาร์ทไม่ติดเนื่องมาจากแบตเตอรี่ใช้งานไม่ได้หรืออาจจะหมดซึ่งในสถานการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่มาแก้ไขด้วยการให้รถคันอื่นมาช่วยพ่วงแบตเตอรี่ให้ การพ่วงแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนของการจัดการแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานหากคุณต้องอยู่ในสถานการณ์แบตเตอรี่ใช้งานไม่ได้

ซึ่งวันนี้ทางเว็บ ทางเข้า UFABET ภาษาไทย  ของเรามีกระบวนการการแนะนำถึงวิธีการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ที่ไม่ยุ่งยากและใครใครก็สามารถทำได้มาแนะนำให้ทดลองทำกันค่ะ 

อันดับแรกเลยควรจะต้องปิดสวิตช์เครื่องรถยนต์ของรถยนต์ที่จะมาช่วยโดยทำการดับสวิตแล้วก็เครื่องใช้ไฟฟ้าของรถยนต์ทั้งสองคัน 

ขั้นตอนต่อมาให้ทำการพ่วงสายต่อแบตเตอรี่ซึ่งจะมีลำดับขั้นตอนและวิธีการดังต่อไปนี้ 

นำสายพ่วงแบตเตอรี่ที่มีสายที่หัวครัวเป็นสีแดงมาจำต่อกับรถยนต์ที่แบตเตอรี่มีปัญหา และอีกฝั่งหนึ่งของใส่ขั้วต่อให้โยงไปที่รถยนต์คันที่จะเข้ามาช่วยเชื่อมต่อแบตเตอรี่ให้ด้วยให้อีกอีกข้างจังกับรถที่แบตเตอรี่ไม่มีปัญหาและนำสายที่จะใช้สำหรับพ่วงต่อแบตเตอรี่ที่มีหัวต่ำกลัวตอบเป็นสีดำ

มัดจำกับรถยนต์คันที่ไม่มีปัญหาของแบตเตอรี่ เสร็จแล้วนำปลายอีกด้านครีบกับชิ้นส่วนที่เหมือนเป็นโลหะที่อยู่ภายในกระโปรงหน้ารถยนต์คันที่แบตเตอรี่มีปัญหาหมดตัวอย่างเช่นพวก NOT ต่างๆ

หรือแม้แต่ตัวถังรถก็ได้หลังจากนั้นก็สตาร์ทรถยนต์คันที่แบตเตอรี่ไม่มีปัญหาโดยให้จอด Start ทิ้งไว้ประมาณซัก 3 นาทีหลังจากนั้นจึงทำการเร่งเครื่องยนต์บ้างเล็กน้อยเพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนของประจุไฟฟ้ารถยนต์ 

เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านทางใสหัวต่อเรียบร้อยแล้วให้ทำการสตาร์ทรถยนต์คันที่แบตเตอรี่มีปัญหาหลังจากนั้นให้ทำการเร่งเครื่องยนต์โดยใช้เวลาประมาณ 1 นาทีต่อ 1500 ถึง 2000 รอบซึ่งขั้นตอนนี้จะถือว่าเป็นขั้นตอนของการทดสอบประจุไฟฟ้าในอุปกรณ์แบตเตอรี่รถยนต์และเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นทุกอย่างเรียบร้อยแล้วรถยนต์คันที่แบตเตอรี่มีปัญหาสามารถใช้งานได้แล้วก็ให้ทำการจัดการดึงสายพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ออก

ซึ่งขั้นตอนในการที่จะถอดสายพ่วงแบตเตอ์รี่รถยนต์นั้นให้ทำตามขั้นตอนที่แนะนำไปเบื้องต้นในข้อที่สองเป็นต้นมาเท่านี้ก็เป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนของการพ่วง Start แบตเตอรี่เรียบร้อยแล้ว 

สำหรับสิ่งที่เราควรระมัดระวังเกี่ยวกับการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับตัวเราเองและรถยนต์ของเรานั้นมีข้อห้ามดังต่อไปนี้ระวังอย่าให้เกิดประกายไฟในตอนที่เรากำลังทำการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์และให้ระวังเป็นอย่างมากจากน้ำกรดที่อยู่ในแบตเตอรี่รถยนต์

เพราะว่ามันอันตรายมากและที่สำคัญเลยห้ามให้ไปสายของสายพ่วงทั้งสองฝั่งมาสัมผัสกันอย่างเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ซึ่งวิธีการนี้จะส่งผลให้รถยนต์ของเรามีปัญหาได้ 

ถ้าไปเที่ยวที่ไหนไกลๆอย่าลืมทำสิ่งต่อไปนี้

สำหรับการขับขี่รถยนต์ไปไหนไกลๆเราควรมีการเตรียมความพร้อมทั้งของตนเองและรถยนต์ดังนั้นเรามาดูกันว่าสิ่งที่เราต้องทำในการเตรียมความพร้อมมีอะไรบ้าง

  1. ตรวจทานเบรกรถยนต์สักหน่อย

อันตรายอย่างยิ่งถ้าขับขี่รถในเวลาที่เบรกรถยนต์หมด หรือมีปัญหาสำหรับในการเบรก เพราะว่าจะก่อให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก ไม่ว่าจะขับขี่รถด้วยความรอบคอบเท่าไรก็ตาม ด้วยเหตุผลดังกล่าวจำเป็นต้องพิจารณาเบรกรถยนต์ก่อนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวอยู่เสมอ โดยมองว่าภาวะเบรกเป็นเยี่ยงไร สามารถเบรกได้ธรรมดาดีหรือเปล่า ดังนี้ถ้าหากพบว่าเบรกรถยนต์มีปัญหา ควรที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมปรับแต่งให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนขับขี่รถท่องเที่ยวจะดีมากกว่า ดังนี้ก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยนั่นเอง

1.ควรพกยาติดตัวไปด้วย

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรจะพกยาประจำตัวติดไปด้วยเสมอ ด้วยเหตุว่าไม่บางทีอาจทราบได้เลยว่าอาการโรคจะกำเริบเสิบสานขึ้นมาเมื่อไร และก็แม้มีลักษณะขึ้นมาในขณะกำลังขับรถยนต์ท่องเที่ยวก็อาจไม่ดีแน่ โดยเหตุนี้ทางที่ดี ควรจะพกไว้ตลอดระยะเวลาเลยจะดีมากกว่า โดยยิ่งไปกว่านั้นในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคความดัน เบาหวาน รวมทั้งโรคอื่นๆที่ชอบมีลักษณะอาการร้ายแรงแบบทันควันหรือจำต้องรับประทานยาตลอด ฯลฯ

2.ตรวจสอบทางสำหรับในการขับให้พร้อม

การทราบทางล่วงหน้านั้นแน่นอนว่าย่อมทำให้เราสามารถขับขี่รถท่องเที่ยวได้อย่างเร็วทันใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ยังไม่มีอันตรายกว่าการไม่เคยรู้ทางเลย โน่นก็เนื่องจากก่อนเริ่มเดินทางได้ตรวจไว้แล้วว่าจะต้องขับขี่รถไปตามทางไหนบ้าง รวมทั้งมีตรงจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหม ซึ่งจะมีผลให้สนุกสนานกับการท่องเที่ยว โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจกับเกี่ยวปัญหาเรื่องของความปลอดภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างเดินทาง

3.อย่าไม่มีความสนใจการเช็คน้ำมันเครื่อง

อีกหนึ่งสิ่งจำเป็นที่จะละเลยมิได้เลยกับการเตรียมการเพื่อการขับรถยนต์ท่องเที่ยวโดยสวัสดิภาพ มันก็คือน้ำมันเครื่องนั่นเอง เนื่องจากว่าถ้าเกิดน้ำมันเครื่องแห้ง จะก่อให้รถยนต์กำเนิดปัญหาขึ้นได้ในระหว่างที่กำลังขับขี่ได้ ซึ่งจะก่อให้การเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องหมดสนุกไปกลางทาง และก็ยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง โดยเหตุนี้อย่าไม่มีความเอาใจใส่ที่จะเช็คน้ำมันเครื่องให้เป็นระเบียบก่อนเริ่มเดินทางโดยเด็ดขาด

 

เห็นไหมคะว่าสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมกันเดินทางนั้นไม่ยากเลย มันเป็นวิธีสำหรับวการตระเตรียมเพื่อเดินทางขับขี่รถท่องเที่ยวโดยสวัสดิภาพ ซึ่งนอกเหนือจากการที่จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของเราและคนในครอบครัวเป็นไปอย่างง่ายดายแล้ว ก็ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยของชีวิตของเราและคนในครอบครัวในระหว่างขับขี่รถท่องเที่ยวก้าวหน้า แล้วก็นอกเหนือจากข้อเสนอข้างต้น และ ก็อย่าลืมตรวจสอบลักษณะอากาศให้ดีก่อนเริ่มเดินทางด้วยเช่นเดียวกัน โดยถ้าเกิดสภาพภูมิอากาศไม่ค่อยดี ไม่เหมาะสมกับการเดินทาง ก็ไม่สมควรขับขี่รถท่องเที่ยวขณะนั้นเด็ดขาด

วิธีการเตรียมตัวหาต้องขับรถยนต์

วิธีการเตรียมตัวหาต้องขับรถยนต์ด้วยตนเองออกจากบ้านไปพร้อมกับลูกน้อย 

โดยทั่วไปแล้วผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่นิยมนำทารกออกไปนอกบ้านหากยังไม่เกินสามเดือนเนื่องจากทารกที่เพิ่งเกิดใหม่จะมีสภาพร่างกายที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงดีดังนั้นการที่พาออกไปข้างนอกจะเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้ทารกเกิดอันตรายจากมลพิษต่างๆได้แต่บางครั้งเราก็ไม่สามารถเลือกได้หลายคนที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเราจะต้องมีเหตุจำเป็นจึงต้องเดินทางไปข้างนอกแต่ไม่สามารถฝากลูกของตัวเองไว้กับใครได้ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดก็คือต้องพากันไปทั้งแม่เลยลูกวันนี้เราจึงมาเค้าแนะนำวิธีการที่จะดูแลลูกน้อยในระหว่างที่คุณแม่ต้องขับรถไปด้วยและเลี้ยงลูกน้อยไปด้วยว่าจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

สิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับทารกหรือแม้แต่เด็กที่อายุต่ำกว่าสามขวบควรจะต้องมีคือคุณแม่จะต้องมีการเตรียมซื้อที่นั่งสำหรับติดตั้งในรถยนต์หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า  car seat ซึ่งตัวนี้จะเป็นอุปกรณ์สำหรับให้เด็กเด็กได้นั่งได้อย่างปลอดภัยหากเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรเด็กจะได้ไม่กระเด็นไปออกนอกรถตัว car seat จะมีสายรัดไม่ให้เด็กเก่งไปทางไหนได้ด้วยดังนั้นคุณแม่จึงมั่นใจได้ว่าหากนำลูกน้อยมานั่งที่ car seat แล้วลูกน้อยจะปลอดภัยได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

หลังจากที่มีค่าซิกแล้วคุณแม่จะต้องเตรียมปกรณ์สำหรับลูกน้อยไปให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นนมน้ำหรือแม้แต่ของเล่นทำเพิร์ธซึ่งปกรณ์เหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากที่คุณแม่จะต้องใช้ในระหว่างที่ออกไปข้างนอกหรือคุณแม่ควรจะมีการเตรียมนมและน้ำสำรองไว้อย่างละสองถึงสามขวดรวมถึงแพมเพอร์ถอาจจะต้องเตรียมไว้สี่ถึงห้าชิ้นเพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเด็กทารกมักจะฉี่บ่อยอยู่นะหาคุณแม่ต้องเดินทางไกลมากๆอาจจะต้องเตรียมแพมเพอร์สเยอะมากขึ้นกว่าเดิม และเมื่อคุณแม่ได้มีการนำทารกมาไว้ในรถเรียบร้อยแล้ว

จัดการให้ลูกน้อยของเรานั้นค่ะสีและทำการล็อคเรียบร้อยแล้วคุณแม่ก็อย่าลืมสำรวจรถของเราเองด้วยว่ามีการล็อครถไว้เรียบร้อยแล้วหรือยังเพื่อป้องกันลดไม่ได้หรอกแล้วมีปัญหาเกิดขึ้นลูกนอนจะได้ไม่กระเด็นออกนอกรถได้หรือบางครั้งที่เราจอดติดไฟแดงอาจจะมีปัญหามีโจรพยายามที่จะเปิดประตูเข้ามานั่งบนรถก็ได้เช่นเดียวกันดังนั้นการล็อครถจึงเป็นการป้องกันการปลอดภัยทั้งของคุณแม่เองแล้ว

ก็ลูกน้อยและสื่อสิ่งอื่นใดก่อนที่คุณแม่จะต้องเดินทางไกลไปไหนคุณแม่ควรจะมีการพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อที่เวลาขับรถจะไม่ได้ไม่เกิดอันตรายกับตัวของเราเองแล้วก็ตัวของลูกน้อยและระหว่างที่มีการขับรถควรมีสติและในสมาธิอยู่เสมอ