คลินิกแก้หนี้

จากที่สถาบันการเงินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การระบาดของไวรัสโควิด19 นั้นส่งผลกระทบต่อคนไทย ทั้งประชาชนคนทำงาน เจ้าของธุรกิจ และเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ซึ่งการเปิดคลินิกแก้หนี้ ขึ้นมาเป็นโครงการแก้หนี้บัตร เพราะตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมานั้น เริ่มเห็นสัญญาณที่ผู้เข้าร่วมโครงการมีการค้าชำระเงินค่างวดเพิ่มขึ้นและนานขึ้น รวมทั้งหากมองไปอนาคตข้างหน้าดูแล้วยังมีแนวโน้มที่แย่ลง

เนื่องด้วยผลกระทบของมาตรการเว้นระยะห่างจากสังคม เพื่อลดการเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัส ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ และรายได้ของครัวเรือนและรายได้ของธุรกิจชัดเจนมากขึ้น และเพื่อรองรับผลกระทบที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ทางโครงการจึงออกมาตรการออกมาสองส่วนที่จะช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน

โดยข้อแรกคือการผ่อนปรดให้สามารถเลื่อนชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ออกไปเป็นระยะเวลาสูงสุดหกเดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง เดือน กันยายน ส่วนข้อสองคือการปรับลดดอกเบี้ยของโครงการลงสองเปอร์เซ็นต์เป็นระยะเวลาหกเดือน ตั้งแต่ เมษายน ถึงเดือน กันยายน เช่นเดียวกัน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่ยังต้องการชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเราเชื่อว่ามาตรการ หรือ โครงการที่เราให้ในครั้งนี้จะมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง ที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสตัวนี้ได้ ดังนั้น ช่วงนี้ถ้าท่านใดมีปัญหาหรือรายได้หด รู้สึกว่าจ่ายค่างวดไม่ไหว ก็ของอย่าให้กังวล เราเข้าใจและผ่อนปรนเต็มที่ ซึ่งในช่วงนี้ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันลดความกังวลของประชนเกี่ยวกับเรื่องหนี้สิน

เพื่อที่ประชาชนจะได้ทุ่มเทกำลังเพื่อดูแลสุขภาพและหัวใจของตัวเองและครอบครัวให้แข็งแรง และมีกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหาวิกฤติไข้ไวรัสระบาดนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ เพราะด้วยสถานการณ์ที่ไม่ปรกตินี้ การผ่อนปรนของทุกฝ่ายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สถานบันการเงินและลูกค้าทั้งหลายต้องช่วยกันร่วมการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

เพราะหากใช้วิธีการตามหนี้สินกับประชาชนทั่วไปนั้น ความเครียดย่อมเกิดและหลายสิ่งหลายอย่างที่แย่ๆ ก็จะตามกันมา ทั้งตัวของสถาบันการเงินเองที่อาจจะไม่ได้รับการชำระเงินที่ให้กู้ยืมไป ไม่ว่าจะเป็นเงินต้นหรือแม้แต่ดอกเบี้ย ส่วนประชาชนที่กู้ยืม ก็จะมีปัญหาทางด้านความเครียด พวกเค้าก็จะไม่มีกำลังใจที่จะทำงานหรือหาเงินมาใช้ให้กับสถาบันการเงินเหล่านี้

ซึ่งปัญหาพวกนี้จึงต้องหันหน้าคุยกันและประนีประนอมกันให้มากที่สุด หากสถาบันการเงินช่วยเหลือหรือยืดหยุ่นให้กับลูกหนี้ได้ ก็อยากให้ผ่อนปรนและยืดหยุ่น ดีกว่าที่จะไม่ได้รับอะไรเลย เพราะคนยิ่งเครียด เค้าก็ยิ่งไม่มีความคิดหรือกำลังใจที่จะหาเงินมาใช้หนี้ อยากให้เห็นใจเค้าใจเรา

 

 

สนับสนุนโดย   สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ