รวม 3 ทริคการทำโฆษณาอย่างไรไม่ให้เกิด “Cyberbully” 

 

รวม 3 ทริคการทำโฆษณา จากปัญหา Cyberbullying ในโซเชียลทุกวันนี้ นับเป็นเรื่องที่คิดไม่ตกจริงๆ สำหรับนักการตลาดก็ดี หรือแม้แต่คนธรรมดาที่ใช้โซเชียลอยู่ทุกวันก็ดี ด้วยความที่ทุกอย่างมันไปไวไปหมด ใครจะคอมเมนต์ ใครจะว่า จะหยอกล้ออะไรก็ทำได้หมด ภายใต้ชื่อและรูปโปรไฟล์ที่ไม่อาจบ่งบอกตัวตนได้ เมื่อเกิดการหยอกล้อที่แรงขึ้น

อาจจะด้วยการที่เราไม่ได้พูดกันต่อหน้าเลยเพิ่มความเป็นนักเลงคีย์บอร์ดจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยปัจจุบันซึ่งเราไม่ควรละเลยกับปัญหานี้! นักการตลาดหลายๆ คนจึงได้รวบรวมทริคดีๆ ในการสร้างโฆษณาอย่างไรไม่ให้เกิด Cyberbully ที่นักโฆษณาและนักการตลาดควรรู้ จะมีอะไรบ้างไปเริ่มกันเลยดีกว่า

 

มองให้กว้างๆ ว่าสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารคืออะไร เป็นธรรมดาของเอเจนซี่หรือนักการตลาดมากมายที่มักจะ​​โฟกัสอยู่แต่กับโจทย์ของเรา

จนอาจจะไม่ได้เห็นมุมมองความคิดในมิติอื่น ๆ ซึ่งนี่อาจจะเป็นช่องโหว่ของความเคยชินเล็กๆ ที่สามารถทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ฉะนั้นก่อนที่จะปล่อยงานไป Process อื่นต่อ เราลองมองให้กว้างๆ ก่อนว่าสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารคืออะไร จะกระทบกับใครหรือคนกลุ่มไหนหรือไม่?

ถ้ามีจะได้แก้ไขได้ทันเวลา โดยวิธีการมองภาพกว้างๆ ก็ง่ายมาก แค่ลองเล่าไอเดียที่เราคิดให้คนอื่นที่ไม่ได้เป็นคนทำงานนั้นฟัง ไม่ว่าจะให้เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งทำ Focus Group เพื่อให้กลุ่มผู้บริโภคตัวอย่างได้รับชมก่อน เพื่อที่เราจะได้รับ Feedback กลับมา และนำไปพัฒนาไอเดียให้เหมาะสมยิ่งขึ้นนั่นเอง


เข้าใจปัญหาของผู้บริโภคจริงๆ จะพูดว่าใจเขาใจเราก็ได้ แน่นอนว่าพื้นฐานของการสร้างโปรเจคหนึ่ง

เราจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ กลุ่มเป้าหมายนั้นๆ อยู่แล้ว แต่ในหลายๆ ครั้งหลังจากที่เราทำการศึกษามาแล้ว เราอาจจะแค่รู้ ถึงปัญหา มุมมองความคิดที่เกิดขึ้น แต่เราอาจจะยังไม่เข้าใจพวกเขาอย่างถ่องแท้จริง ๆ ก็ได้ว่าแล้วทำไมพวกเขาถึงคิดและรู้สึกแบบนี้ สรุปง่ายๆ

ก็คือก่อนที่เราจะทำการสื่อสารอะไรไป ลองทบทวนประเด็นที่เราหยิบยกมาให้ดีอีกทีว่าสิ่งที่เราคิดว่าเราเข้าใจนั้นเราเข้าใจจริง ๆ แล้วหรือยังว่าเหตุผลเบื้องหลังของความคิด ความรู้สึก และปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้คืออะไร ซึ่งหากยังไม่ใช่ เราก็ต้องกลับมาทำการบ้านต่อ 

สร้างพลังบวกในทุกๆ งาน สื่อในทุกๆ วันนี้มีอิทธิพลมากโดยเฉพาะการให้ข้อคิด หรือ การสะท้อนสังคม 

ดังนั้นคนทำโฆษณาจะต้องมี Mindset ที่ชัดเจนว่า งานโฆษณาไม่ใช่แค่การขายของอย่างเดียว แต่โฆษณาเป็นสื่อที่สามารถปลูกฝังความคิด ทัศนคติของผู้ชมได้ด้วย และในยุคนี้ไม่ได้มีแค่สื่อที่ทำหน้าที่นั้น ยังมีทั้ง Influencer อย่าง KOL เองก็สามารถเปลี่ยนผู้คน เปลี่ยนประเทศ เปลี่ยนโลก ได้ผ่านวิธีการแสดงออกต่างๆ 

เพราะฉะนั้นหน้าที่ของผู้ผลิตสื่อ คือการถ่ายทอดชุดความคิดของการ รักตัวเอง ชอบตัวเอง ให้กับผู้ชม เพราะเมื่อเรารักตัวเองมากพอ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการบูลลี่ได้ในระยะยาวได้ เพราะมันจะทำให้เราไม่อยากเปรียบเทียบตัวเองกับใคร แต่กลับมาที่การสร้างความสุขในแบบที่ตัวเราเองต้องการนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บหลัก

ข้อดีของ work from home สำหรับเจ้าของธุรกิจ

             ถึงแม้ช่วงนี้ประเทศไทยจะมีการระบาดของไวรัสโควิด-19  และการที่เราจะลดการระบาดของไวรัสได้นั้นก็ต้องเว้นระยะห่างระหว่างกันซึ่งแน่นอนว่าการเว้นระยะห่างระหว่างกันในที่ทำงานนั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากที่ทำงานนั้นมีพื้นที่แคบๆดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องมีการหารูปแบบการทำงานแบบใหม่เพื่อที่งานยังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้และพนักงานก็ยังคงสามารถทำงานได้ดังนั้นการทำงานในรูปแบบใหม่ของคนปัจจุบันนี้ก็คือ work from home นั่นเอง

       ซึ่งการทำงานแบบนี้พนักงานสามารถเอางานกลับไปทำที่บ้านได้และงานก็สามารถดำเนินไปได้ธุรกิจยังคงสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตามแต่ยังมีเจ้าของกิจการหลายคนที่มีความรู้สึกว่าการทำงาน work from home นั้นจะส่งผลเสียต่อธุรกิจเพราะไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่าเมื่อพนักงานทำงานอยู่ที่บ้านนั้นพนักงานจะยังคงนั่งทำงานจริงหรือไม่

ในมุมมองของเจ้าของธุรกิจนั้นมักจะมองว่าหากไม่ควบคุมกำกับดูแลพนักงานก็จะอู้งานและเพราะเขาจะเสียเงินในการจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานฟรีดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำมุมมองดีๆของการทำงาน work from home ว่ามีข้อดีอะไรบ้าง 

           สำหรับข้อดีอย่างแรกเลยก็คือเมื่อเวิร์คฟอร์มโฮมนั้นจะทำให้บริษัทประหยัดเรื่องของค่าใช้จ่ายได้อย่างมากเลยทีเดียวเพราะอย่าลืมว่าถ้าเกิดทำงานที่บริษัทจะต้องมีการเปิดไฟจะต้องมีการใช้น้ำรวมถึงมีการใช้ข้าวของภายในออฟฟิศเช่น WiFi ก็ต้องใช้แต่ถ้าเกิดว่าพนักงาน work from home ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟค่าน้ำค่า WiFi ต่างๆก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดเรียกได้ว่าประหยัดได้อย่างมากเลยทีเดียว

          นอกจากนี้ยังลดปัญหาและลดความเสี่ยงว่าพนักงานอาจจะติดเชื้อไวรัสและต้องลาป่วยหยุดงานเพื่อไปรักษาอาการติดเชื้อไวรัสพร้อมยังไม่ต้องให้เจ้าของบริษัทเป็นกังวลใจได้ว่าพนักงานที่มาทำงานแล้วอาจจะนำเชื้อไวรัสมาเผยแพร่ให้กับพนักงานคนอื่นดังนั้นการทำงานแบบ work from home จึงเป็นผลดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่กำลังมีการระบาดของไวรัสโควิคที่สามารถติดกันได้ง่ายๆหากนั่งทำงานแบบใกล้ชิดกัน

        ที่สำคัญยังลดปัญหาพนักงานอยากจะลาออกจากงานได้ด้วยเพราะเชื่อว่าปัจจุบันนี้พนักงานที่ทำงานบริษัทหลายคนนั้นเวลาเดินทางมาทำงานที่บริษัทต่างก็เกิดความหวาดหวั่นว่าในช่วงที่เดินทางมาทำงานต้องขึ้นรถรวมถึงยังต้องนั่งทำงานกับเพื่อนร่วมงานในบริษัทที่มีจำนวนพนักงานหนาแน่นอาจจะส่งผลให้ตนเองติดเชื้อไวรัสได้

         ดังนั้นจะมีพนักงานหลายคนที่มีความคิดว่าในช่วงนี้อยากจะลาออกหยุดงานเป็นการชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ตนเองติดเชื้อไวรัสดังนั้นหากเปิดโอกาสให้มีการทำงาน work from home พนักงานก็จะสบายใจในความปลอดภัยของตนเองและไม่มีความคิดที่จะลาออกจากงานนั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  UFABET เว็บหลัก